เว็บฝึกเด็กออทิสติกไทยและการฝึกพูด
เว็บฝึกเด็กออทิสติกไทยและการฝึกพูด

Home สาระน่ารู้ webboard แผนที่ 4 สาขา คุยกันหน่อย บริการและรู้จักเรา รูปกิจกรรมเด็ก

 Linkโรงเรียนสมถวิล
 ความรู้ใหม่จากต่างประเทศ
 ศูนย์การศึกษาพิเศษ
 ศูนย์พัฒนาการเด็กภาคเหนือ
 สมาคมเพื่อบุคคลแอสเพอร์เกอร์ไทย
 กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณี
 เว็บความรู้autistic
 Linkพ่อแม่เด็กพิเศษ
 เว็บสาขากิจกรรมบำบัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 เพื่อคนรักลูกและครอบครัว
 ที่ภาควิชากิจกรรมบำบัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 หาโรงเรียนอยู่ใช่ไหมคะ
 หาโรงเรียนอนุบาลให้ลูก
 ชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้นแห่งประเทศไทย


คุยกันหน่อย










จาก.....คุณแม่น้องเสือน้อย 2

1. ทำไมจึงพาลูกไปพบคุณหมอ เพราะว่าเราสงสัยว่าทำไมลูกเราถึงได้
สาเหตุที่พาลูกไปพบคุณหมอ เนื่องจากพูดได้น้อยและช้า ไม่เป็นไปตามพัฒนาการของวัย 2 ขวบ และลูกค้อนข้างซนมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน และลูกไม่สามารถนั่งนิ่งๆได้นานในการทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น การฟังนิทาน ทั้งๆที่เด็กในวัย 2 ขวบทั่งไปจะชอบฟังนิทานและสามารถนั่งฟังนิทานได้ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง แต่ลูกจะวิ่งไปมาตลอดไม่เคยนั่งฟังนิทานได้นานหรือจนจบเรื่องเลย

2. เมื่อคุณทราบครั้งแรกว่าลูกเป็นเด็กพิเศษ ความรู้สึกในตอนนั้น
เริ่มสงสัยว่าลูกเป็นเด็กพิเศษตั้งแต่ลูกอายุได้ประมาณได้ 3-4เดือน เนื่องจากลูกไม่ยอมมองสบตาทั้งๆที่มีคนนั่งอยู่ตรงหน้าหรืออุ้มพูดคุยกับเค้า แต่ลูกจะมองมายังคนตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนไม่มีใครอยู่ตรงหน้าเลย จึงเริ่มหาข้อมูลของโรคหรืออาการของโรค และปรึกษาผู้รู้หลายคนจึงพอจะทราบว่าลูกอาจจะเป็นเด็กออทิสติกก็ได้ แต่พอเล่าเรื่องออทิสติกให้คนในบ้าน (ปู่ย่า , ตายาย) ทุกคนก็ลงความเห็นว่า แม่กังวลไปเองบ้าง คิดไปเองบ้าง เด็กๆก็เป็นอย่างนี้เองโตขึ้นก็รู้เรื่องเอง แต่แม่ก็ทำใจไว้แล้วว่าลูกอาจจะเป็นออทิสติก 50% ถ้าโชคดีก็อาจจะปกติ 50% ดังนั้นตลอดระยะเวลาตั้งแต่ลูกอายุได้ 1 ขวบ- 2 ขวบ (ก่อนหาหมอ) แม่จะคอยสังเกตพฤติกรรมของลูกเพื่อเปรียบเทียบกับอาการออทิสซึมตลอด จนกระทั่งพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจจนสรุปผลว่า ลูกเป็นออทิสติกแน่นอน ความรู้สึกในตอนนั้นจึงพอทำใจเตรียมใจไว้บ้างแล้วกับคำตอบที่ได้รับจากหมอ และพอจะตั้งสติได้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปกับลูก
3. จากวันนั้น......สู่วันนี้ ลูกน้อยของเราเปลี่ยนไปจากวันนั้น
ลูกซนน้อยลง (ไม่เป็นลิงเหมือนเมื่อก่อน) สามารถฟังและทำตามคำสั่งได้ดี เมื่อเรียกชื่อก็จะหัน ตามเสียงเรียกมากขึ้น (อาจจะไม่ทุกครั้ง) เริ่มพูดและเริ่มขอในสิ่งที่อยากได้มากขึ้น
4. สิ่งที่คุณทุ่มเทให้กับลูก จนถึงวันนี้......คุณคาดหวังอนาคตอย่างไรให้กับเจ้าตัวน้อยของคุณเพ
ขอเพียงลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดี เข้ากับสังคมได้ เป็นคนดีของสังคม ของพ่อแม่
5. สิ่งที่อยากบอก อยากให้กำลังใจกับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษอย่างเรา.....
สิ่งแรกที่จะบอก คือ “ทำใจ” และ “มีสติ” และลำดับความคิดที่จะช่วยเหลือลูกให้เร็วที่สุด ยิ่งรู้เร็ว ช่วยเหลือได้เร็ว โอกาสลูกจะดีขึ้นมีมากขึ้นเท่านั้น อย่าปล่อยให้เวลาสูญเปล่าไปกับความเสียใจ การโทษผู้อื่น (ที่ทำให้ลูกเป็นเช่นนี้) หรือโทษตัวเอง หรืออับอายที่ลูกเป็นเด็กพิเศษ อย่าลืมว่าลูกไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นไรเขาก็ยังเป็นลูกของเรา มองในทางกลับกันเด็กพิเศษเขาจะมีความน่ารัก ไร้เดียงสา และสร้างความสนุกสนานและความสุขในครอบครัวไม่แพ้ลูกคนไหนเหมือนกัน

By: www.autismthai.com

<<Back     Go to คุยกันหน่อย


views[9129]  |  share   

All contents
เส่าสู่กันฟังจากใจพ่อแม่ถึงคุณๆ --->ดูรายละเอียดด้านใน
จาก.....คุณแม่น้องหมิงฟง
จาก.....คุณแม่น้องปุ่น
จาก.....คุณแม่น้องพิม
จาก.....คุณแม่น้องสแปม
จาก.....คุณแม่น้องHiroki
จาก.....คุณแม่น้องฟู่ผิง
จาก.....คุณแม่น้องแปง
จาก.....คุณแม่น้องส้มโอ
จาก.....คุณแม่น้องทิม
จาก.....คุณแม่น้องเดอะ
จาก.....คุณแม่น้องกราฟฟิค
จาก.....คุณแม่น้องหนึ่ง
จาก.....คุณแม่น้องปลื้ม
จาก.....คุณแม่น้องเสือน้อย 2
จาก.....คุณแม่น้องADA
จาก.....คุณแม่น้องป้องกัน
จาก.....คุณแม่น้องเสือน้อย
จาก.....คุณแม่น้องเบเบ๊
จาก.....คุณแม่น้องอิงค์
 

       Contact Us  
Subject/เรื่อง:  
From/จาก:  
Sender Email/อีเมล์ผู้ส่ง:  
Detail/รายละเอียด:  
       


ส่งเมล์หน้านี้ให้เพื่อน    ตั้งเว็บนี้ เปิดเป็นหน้าแรก
  Home  | สาระน่ารู้ | webboard | แผนที่ 4 สาขา | คุยกันหน่อย | บริการและรู้จักเรา | รูปกิจกรรมเด็ก



autismthai.com
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved