เว็บฝึกเด็กออทิสติกไทยและการฝึกพูด
เว็บฝึกเด็กออทิสติกไทยและการฝึกพูด

Home สาระน่ารู้ webboard แผนที่ 4 สาขา คุยกันหน่อย บริการและรู้จักเรา รูปกิจกรรมเด็ก

 Linkโรงเรียนสมถวิล
 ความรู้ใหม่จากต่างประเทศ
 ศูนย์การศึกษาพิเศษ
 ศูนย์พัฒนาการเด็กภาคเหนือ
 สมาคมเพื่อบุคคลแอสเพอร์เกอร์ไทย
 กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณี
 เว็บความรู้autistic
 Linkพ่อแม่เด็กพิเศษ
 เว็บสาขากิจกรรมบำบัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 เพื่อคนรักลูกและครอบครัว
 ที่ภาควิชากิจกรรมบำบัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 หาโรงเรียนอยู่ใช่ไหมคะ
 หาโรงเรียนอนุบาลให้ลูก
 ชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้นแห่งประเทศไทย


สาระน่ารู้










ข้อมูลจาก นิตรสารไทม์ ฉบับวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2002

เด็กออทิสติกมีพัฒนาการทางอารมณ์ช้า แต่ทางสติปัญญาแล้ว ที่เข้าขั้นอัจฉริยะก็มี ชื่อของโรคมีมากกว่าหนึ่ง เช่น

ออทิสซึ่ม
ออทิสติก ดิสออร์เดอร์
Pervasive developmental diorders หรือ PDDs
แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม
กิ๊ก ซินโดรม (geek synfrome) ที่นิตยสารไวร์ ของสหรัฐฯ เพิ่งบัญญัติใช้ หมายถึงคนที่ฉลาดเป็นกรด แต่เข้าสังคมไม่เป็น
จำนวนเด็กออทิสติกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปี จากสมัยก่อนที่ประมาณว่ามีเด็กออทิสติกในอัตราส่วน 1 ต่อ 10,000 คน ปัจจุบันความเสี่ยงสูงขึ้นเป็น 1 ต่อ 150 คน ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบลงไป เฉพาะในสหรัฐฯ มีเด็กเป็นโรคนี้เกือบ 300,000 คน มากกว่าเด็กที่เป็น ดาวน์ซินโดรม ถึง 5 เท่า และ มากกว่าเด็กที่เป็นเบาหวานถึง 3 เท่า

แต่ส่วนหนึ่งอาจมาจากการขยายคำจำกัดความ ให้ครอบคลุมอาการต่างๆมากขึ้น เมื่อ ค.ศ.1994 ที่สถาบันจิตวิทยาแห่งอเมริกา ประกาศให้ แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคออทิสซึ่ม ทำให้เด็กที่เข่าข่ายการเป็นโรคออทิสซึ่มมากขึ้นด้วย

ผู้ที่กล่าวถึงออทิสซึ่มอย่างจริงจังเป็นคนแรกคือ จิตแพทย์ของสถาบันจอห์น ฮอปกินส์ ชื่อ ลีโอ แคนเนอร์ เขาใช้คำนี้กับเด็กที่ไม่เข้าสังคม ไม่เอาเพื่อน ทำอะไรแล้วก็ทำซ้ำๆอยู่อย่างนั้นเป็นประจำ สื่อสารกับคนอื่นด้วยคำพูดลำบาก พัฒนาทักษะในการพูดช้า แต่มักจะมีพรสวรรค์ทางสติปัญญา ด้านใดด้านหนึ่งเป็นเลิศ จนแพทย์จัดเข้ากลุ่มพัฒนาการช้าไม่ได้

ต่อมาใน ค.ศ.1944 กุมารแพทย์ ชาวออสเตรีย ชื่อ ฮันส์ แอสเพอร์เกอร์ ก็พูดถึงชื่อ "ออทิสซึ่ม" อีกแต่ให้คำจำกัดความต่างออกไปเล็กน้อย แอสเพอร์เกอร์บอกว่า เด็กออทิสติกเข้าสังคมลำบาก หมกหมุ่นอยู่กับการทำอะไรซ้ำๆ ประหลาดๆ แต่กลับพูดเก่งมาก และดูเหมือนจะฉลาดมากด้วย แอสเพอร์ยังเสริมด้วยว่า มีแนวโน้มสูงที่อาการดังกล่าวจะถ่ายทอดกันทางสายเลือด บางครั้งก็ส่งตรงจากพ่อไปยังลูกชายเลย

ซึ่งแคนเนอร์ก็เคยตั้งสมมุติฐานไว้เช่นกันว่า ยีนหรือหน่วยพันธุกรรม อาจเป็นสาเหตุของโรคออทิสซึ่ม ที่เน้นว่าจากพ่อสู่ลูกชาย เพราะ ออทิสซึ่มมักเป็นกับเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง แต่การค้นคว้าของแคนเนอร์ ถูกวงการจิตวิทยาคัดค้าน เพราะเชื่อกันหัวชนฝาว่า ฟรอยด์ คือคำตอบของอาการที่พูดมาทั้งหมด ทุกอย่างเกิดจากปมทางจิต ไม่มีทางเป็นเรื่องทางกายภาพ อย่างหน่วยพันธุกรรมอะไรนั้น

ส่วนแอสเพอร์เกอร์ก็โชคร้าย ถูกวิกฤตบ้านเมืองและเศรษฐกิจ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง กลืนหายจนหมดซุ่มเสียง โดยเฉพาะปัญหาที่ต้องจัดการและสะสางในยุโรป การวิจัยเกี่ยวกับออทิสซึ่มจึงไม่มีใครสานต่อ จนกระทั่ง ค.ศ.1981 จิตแพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อ ลอร์น่า วิงก์ ีพิมพ์รายงาน ที่ทำให้วงการแพทย์ต้องหยิบรายงานเก่า ของแอสเพอร์เกอร์มาปัดฝุ่นกันอีกครั้ง

ลอร์น่า ชี้ว่าออทิสซึ่มในความหมายของแอสเพอร์เกอร์คล้ายคลึงกับของแคนเนอร์มาก นักวิจัยรุ่นหลังจึงสรุปว่า หมอ 2 คนนี้พูดถึงเรื่องเดียวกัน แต่ยกมาคนละด้าน ข้อแตกต่างระหว่าง แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม กับ ออทิสซึ่มจึงมีอยู่ ข้อหนึ่งที่ชัดเจนมากคือ แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม จะมีสาเหตุทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าออทิสซึ่ม ออทิสซึ่มจึงมีอาการหลากหลาย และรุนแรงมากน้อยต่างระดับกันไป เป็นโรคที่ซับซ้อนมากโรคหนึ่ง


--------------------------------------------------------------------------------

เหตุใดจึงเรียก ออทิสซึ่มว่าเป็นโรค?

วงการแพทย์ยอมรับแล้วว่าสาเหตุหลักของความผิดปรกติทางพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมาจากลักษณะของหน่วยพันธุกรรม ความหลากหลายที่พบ ทำให้เด็กออทิสติกบางคน อาจไม่โชคดีขนาดมีพรสวรรค์ หรือฉลาดมากเป็นพิเศษ แต่กลับมีอาการกดดันทางอารมณ์ และพัฒนาการทางจิตก็ช้า

เมื่อมีเหตุมาจากหน่วยพันธุกรรม อาการออทิสซึ่ม จึงมักจะถ่ายเวียนกันในครอบครัว แม้คนมีอาการของโรครุนแรง มักจะอยู่เป็นโสดกันตลอดชีวิต แต่พี่น้องของคนป่วยก็มักจะแสดงอาการแบ "เบาๆ" อย่างใดอย่างหนึ่งด้วย เช่น พี่สาวอาจจะมีพฤติกรรมชอบทำอะไรซ้ำๆ แบบย้ำคิดย้ำทำมากๆ น้องชายอาจจะพัฒนาทักษะในการพูดจาช้า หรือ ลำบากกว่าเด็กปรกติ พี่ชายอาจไม่เข้าสังคมจนสังเกตได้

ถ้าเป็นกรณีของฝาแฝด หากโชคดีไม่ได้เป็นทั้งพี่ทั้งน้อง แต่มีโอกาสมากกว่า 75% ที่แฝดอีกคน จะแสดงอาการออทิสติกให้เห็น 1 - 2 อย่าง คือไม่ถึงกับเป็นออทิสซึ่ม แต่ก็มีอาการบ้าง ประมาณกันว่า มียีนส์ตั้งแต่ 3 -20 ตัว ที่อาจเป็นสาเหตุของออทิสซึ่ม สามตัวหลักๆได้แก่

กลูตาเมต เป็นหน่วยพันธุกรรมด้านการเรียนรู้และการจดจำ
เซโรโทนิน และ
กรดแกมมา-อมิโน บิวทิริค (GABA)

สองหน่วยหลังจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ ความวิตกกังวลและอารมณ์ตึงเครียด นอกจากนี้ ยังมียีนที่ทำงานควบคุมการเติบโตของสมอง และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย และระบบควบคุมระดับโคเลสเตอรอลสมองของผู้ป่วยเป็นโรคออทิสซึ่ม ก็แตกต่างจากคนทั่วไปคือ

เยื้อหุ้มสมองชั้นนอกส่วนหน้าและด้านข้างของกระโหลก จะทำงานช้ากว่าของคนทั่วไป สมองบริเวณนี้สำคัญต่อการวางแผนและแก้ปัญหา รวมทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลใหม่ๆเข้ามา จัดระบบความคิดเพื่อปรับเอาความจำเก่าๆที่ใช้ไม่ได้ออกไป ผลการทดลองที่ให้ผู้ป่วยออทิสติกในวัยผู้ใหญ่ คอยตามแตะดวงไฟที่สว่างวาบขึ้นมา แล้วพบว่าทำไม่ได้ แสดงว่าสมองมีปัญหาในการปรับและบรรจุข้อมูลใหม่ๆ เข้าไปในหน่วยความจำ หรือไม่ก็ไม่สามารถดึงข้อมูลออกมาใช้ได้ทันท่วงทีเวลเเผชิญโจทย์ให้แก้
จากการผ่าตรวจเนื้อเยื้อสมองของผู้ป่วยออทิสติกที่เสียชีวิตแล้ว ตั้งแต่อายุ 5 - 74 ปี พบว่าเซลล์ของ "อะมิกดาลา" (ศูนย์อารมณ์) และ "ฮิปโปแคมพัส" (ศูนย์ความจำ) ที่เป็นสมองส่วนข้างกระโหลก มีขนาดเล็กผิดปรกติ และ อัดกันแน่น ลักษณะเหมือนยังโตไม่เต็มที่
เซลล์เพอร์คินจ์ (ตั้งชื่อตามแพทย์ชาวเช็ก ที่ค้นพบเซลล์ชนิดนี้) ซึ่งเป็นเซลล์สมองส่วนล่างที่สำคัญ มีจำนวนน้อยกว่าปรกติ สมองส่วนล่าง (เซริเบลลัม) เป็นศูนย์กลางการคิดคำนวณที่สาระวนทำงานมากที่สุด และเซลล์เพอร์คินจ์ ก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ในระบบถ่ายโอนข้อมูลของสมองส่วนนี้ ถ้าไม่มีเซลล์ส่วนนี้ เซริเบลลัมก็ทำงานของตนไม่ได้ คือรับข้อมูลภายนอก คำนวณและตีความข้อมูล แล้วเตรียมการให้สมองส่วนอื่นๆ โต้ตอบข้อมูลหรือสถานการณ์ที่เข้ามานั้นอย่างถูกต้อง
จากการศึกษาฟิล์มฉายภาพสมอง นักวิจัยพบว่าทารกที่ป่วยเป็นออทิสซึ่มนั้น มีขนาดสมองเหมือนทารกทั่วไป แต่เมื่อเด็กอายุเข้า 2 -3 ขวบแล้ว สมองกลับใหญ่โตกว่าเด็กปรกติ ส่วนที่โตเร็วนี้คือ เนื้อเยื้อ 2 แห่งได้แก่

เยื้อหุ้มสมองสีเทาที่มีหน่วยประสาท(นิวรอน) อัดอยู่เต็ม
เนื้อเยื้อสีขาวที่เชื่อมเยื้อหุ้มสมองกับสมองส่วนอื่นๆ รวมทั้งเซริเบลลัมด้วย เป็นไปได้ว่าเมื่อเนื้อเยื้อที่ทำหน้าที่สะพานเชื่อมโยงเหล่านี้โตผิดปรกติ สัญญาณข้อมูลที่วิ่งอยู่ในสมองก็คงทะลัก เพราะมีพื้นที่ให้วิ่งเหลือเฟือ เมื่อ"โอเวอร์โหลด" สัญญาณเหล่านี้ก็ไปสร้างความเสียหายให้เซลล์เพอร์คินจ์ ในที่สุดก็ทำลายเซลล์เหล่านี้ ลงอย่างราบคาบ
นักวิจัยจึงต้องหาให้พบว่าอะไรทำให้สมองของเด็กออทิสติกโตผิดปรกติ เมื่อเข้าวัย 2 -3 ขวบ สมองของเด็ก หรือ มนุษย์ตัวเล็กๆนั้นไม่ได้ออกมาสำเร็จรูปเหมือนคอมพิวเตอร์ แต่รอคอยที่จะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ การเติบโตได้ดีเพียงไหน ก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เข้ามาในรูปของประสบการณ์ชีวิต ด้วยว่ามีความซับซ้อนและส่งเสริมให้สมองรู้จักคิด และ มองได้รอบด้านเพียงใด

แต่อะไรคือตัวเร่งให้กระบวนการเจริญเติบโตเกิด "ก้าวกระโดด" ขึ้นมาในช่วงนั้น?

รหัสควบคุมการเจริญเติบโตอยู่ในหน่วยพันธุกรรม การไขคำตอบจึงต้องไปค้นกันที่หน่วยพันธุกรรมเหล่านี้
ในหน่วยพันธุกรรมมีตัวเสริมสร้างความเจริญของสมองอยู่ 4 ตัว หนึ่งในสี่คือโมเลกุล Vasoactive intestinal peptide (VIP) ที่มุ่งจับตา "วิป" เพราะนอกจากดูแลพัฒนาการของสมองแล้ว ยังดูระบบภูมิคุ้มกันและระบบลำไส้ ซึ่งทำให้คิดกันว่า อาการข้างเคียงของ ออทิสซึ่ม เช่น ภูมิแพ้ และ ย่อยอาหารไม่ดี ท้องอืด ท้องเฟ้อมาก อาจไม่ใช่เหตุบังเอิญ

ขณะนี้นักวิจัยได้มุ่งประเด็นในการค้นคว้าแตกออกไปหลายจุด เพราะสาเหตุของการเกิดออทิสซึ่ม น่าจะมาจากหลายทาง เช่น เกิดจากยีนตัวเดียว หรือ เกิดขึ้นเมื่อยีนบางตัวไปพบกับยีนบางตัว หรือ มีสารเคมีบ้างอย่างไปกระตุ้น และเด็กบางคนอาจไวต่อสารเหล่านี้ ในขณะที่เด็กบางคน อาจไม่ได้รับผลกระทบเลย แนวทางมุ่งวิจัยไปที่

การศึกษาหน่วยพันธุกรรม
ตรวจสอบว่าวัคซีนป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ซึ่งฉีดให้เด็กอายุ 15 เดือน เป็นสาเหตุหนึ่งของออทิสซึ่ม อย่างที่พ่อแม่เด็กหลายราย กล่าวหากันหรือไม่?
หลายครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่า ลูกของตนปรกติดี จนไปรับวัคซีน "MMR" ดังกล่าว ภายในเวลาหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ก็เกิดพฤติกรรมกราดเกรี้ยวเอากับคนรอบข้าง ที่พูดเก่งๆก็เริ่มช้าลง แล้วปิดกั้นตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัว ซึ่งเป็นอาการของออทิสซึ่มทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี ผลการวิจัย ณ เวลานี้ ไม่อาจยืนยันข้อกล่าวหาของพ่อแม่บางรายได้

สารเคมีที่ตกค้างอยู่ในเนื้อเยื้อของเด็กออทิสติกและเด็กปรกติกำลังได้รับการตรวจสอบเป็นวงกว้าง เพราะอาจเป็นไปได้ว่า สารเหล่านี้อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในเด็กบางคน ที่ไวต่อสารภายนอกเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นสารปรอทเบนซีน (ของเหลวที่ในอุตสาหกรรม เช่น น้ำยาทำความสะอาด) สารโลหะหนักทั้งหลาย และ พีซีบี (โพลีคลอริเนต ไบเฟนิล-เบนซีน ที่เติมคลอรีนเข้าไป)
ในเรื่องสารเคมีที่มนุษย์สังเคราะห็ขึ้นมาใช้นี้ "พลอยแกมเพชร" จะรายงานให้คุณผู้อ่านทราบเพิ่มเติมต่อไปนะคะ
ยาที่หญิงมีครรภ์รับประทานก็ต้องถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะสารเทราโทเจน ที่ทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ แพทย์มุ่งวิจัยว่า เทราโทเจน มีผลต่อยีนชื่อ โฮซ่า1 (HOXA1) อย่างไร? ยีนตัวนี้จะทำงานในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก แล้วเหมือนจำศีลไปเลย จากการทดลองพบว่า ตัวอ่อนของหนูในท้องแม่ ที่ยีนตัวนี้ถูกทำลาย จะสร้างก้านสมองที่มีเซลล์ไม่ครบถ้วน
สัญญาณโรคออทิสซึ่ม

มักจะเป็นกับเด็กอายุอ่อนกว่า 6 ขวบลงไป ให้สังเกตดูว่า มีอาการเหล่านี้ แบบเป็นวิสัยของเด็กหรือไม่ ถ้าไม่ใช่วิสัยปรกติของเด็ก คุณผู้ปกครองก็ไม่ต้องตื่นไปนะคะ

อายุ 1 ขวบแล้วยังไม่เคยชี้อะไรเลย
ก่อนที่เด็กจะพูดได้ มักจะใช้วิธีชี้เพื่อดึงให้ผู้ใหญ่ ดูสิ่งที่เขาสนใจด้วยกัน แบบฟอร์มที่ผู้เชี่ยวชาญให้ผู้ปกครองกรอก จะมีคำถามนี้เสมอ "ลูกคุณชี้อะไรไหม?" เป็นท่าทางที่บอกว่าเด็กพร้อมที่จะแบ่งปันความสนใจของเขาให้กับโลกรอบตัว

อายุ 1 ขวบ แล้วไม่ส่งเสียงอ้อแอ้
อายุ 1 ขวบ 4 เดือน ยังพูดคำพยางค์เดียวไม่ได้สักคำ อายุ 2 ขวบ พูดคำ 2 พยางค์ไม่ได้

พร้อมจะเสียทักษะในการพูดไปเฉยๆ โดยไม่เลือกเวลา
ไม่มีการเล่นสมมุติ เด็กบางคนจะสมมุติให้เส้นบะหมี่ เป็นรถไฟวิ่งไปบนโต๊ะ แต่เด็กออทิสทิกจะโยนเส้นบะหมี่หาเพดาน เป็นต้น
แทบจะไม่สนใจเป็นเพื่อนกับใคร
ให้ความสนใจอะไรประเดี๋ยวเดียว สมาธิสั้นมาก
ไม่มีปฏิกิริยาเวลาถูกเรียกชื่อ เฉยเมยกับคนแปลกหน้า
ไม่มองตาคน หรือ มองน้อยมาก
ทำอะไรซ้ำๆนานๆ เช่นปรบมือ หรือโยกตัวเล่นไม่เลิก
เกรี้ยวกราดมาก
มองของชิ้นเดียวอยู่นาน เช่น พัดลมหมุน
ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงใดๆในชีวิต เคยทำอย่างไรต้องทำอย่างนั้น ไม่ยอมให้เปลี่ยน
ไวและมีปฏิกิริยากับเสียงบางอย่าง ผิวสัมผัส หรือกลิ่นบางอย่างมากกว่าปรกติ

--------------------------------------------------------------------------------

สัญญาณโรคแอสเพอร์เกอร์

แพทย์มักจะระบุว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ เมื่ออายุ 6 ขวบไปแล้ว

มีเพื่อนยาก
อ่านหนังสือช้า หรือสื่อสารและทำความเข้าใจด้วยวิธีอื่นนอกจากคำพูด เช่น สีหน้า สายตา ไม่ค่อยเป็น
ไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าคนอื่นๆคิด หรือรู้สึกแตกต่างจากตน
เด็กทั่วไปจะรับรู้เรื่องนี้เมื่ออายุราว 4 ขวบ เพราะฉะนั้น จึงเริ่มรู้จักปกปิดความคิดหรือการกระทำของตน ด้วยการเลี่ยงที่จะพูดถึงหรือโกหก แต่เด็กออทิสติกคิดไปว่าทุกคนเหมือนกันหมด ดังนั้นจึงไม่กลัวที่จะแสดงความรู้สึกและความคิดตรงๆ แม่ของเด็กออทิสติกบางคนแอบดีใจที่จับได้ว่าลูกตนโกหก เพราะแสดงว่าลูกเริ่มเข้าใจโลกของความเป็นจริงอีกก้าวหนึ่ง

เรื่องนี้ส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก เพราะเด็กเล็กตั้งแต่ 1 ขวบครึ่ง จะเริ่มเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบผู้ใหญ่ในบางครั้ง แต่เด็กออทิสติกไม่สนใจจะเลียนแบบตาม เพราะไม่ได้สนใจสังคมรอบตัว ข้อนี้เอง ที่ทำให้เด็กออทิสติกไม่เลียนแบบการออกเสียง และพัฒนาทักษะการพูดจาของตนไปได้ไม่ไกล รวมทั้งไม่เข้าใจการใช้สีหน้า และ สายตาด้วย

โฟกัสกับอะไรแคบๆเพียงอย่างเดียวนานๆ เช่น ท่องตารางเที่ยวบิน หรือ ตารางเดินรถ
ทักษะในการเคลื่อนไหวมักสะดุด
ไม่ยืดหยุ่นในเรื่องตารางชีวิตประจำวัน ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามา
พูดจาแทบจะคล้ายหุ่นยนต์ หรือเครื่องที่ตั้งโปรแกรมไว้
อาการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เด็กปรกติก็เป็นกันบางครั้งคราว ถ้าเข้าข่าย ออทิสซึ่มหรือแอสเพอร์เกอร์ ต้องทำเป็นนิสัยเท่านั้น


--------------------------------------------------------------------------------

อาการข้างเคียง

คนที่เป็นโรคออทิสซึ่ม มักจะมีอาการดังต่อไปนี้ประกอบด้วย

ประสาทสัมผัสไวผิดปรกติกับบางอย่าง เช่น รับฟังเสียงบางอย่างไม่ได้ สัมผัสพื้นผิวบางลักษณะไม่ได้ เป็นต้น
ภูมิแพ้ เช่น แพ้อาหารบางชนิด
ปัญหาระบบย่อยอาหาร คือ กระเพาะและลำไส้
ความเครียด หรือ วิตกกังวลจนกดดัน
เล่นหรือให้ความสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง นานจนเกินควร
สมาธิสั้น และ อยู่เฉยไม่เป็น ที่เรียกกันว่า เด็กไฮเปอร์ (attention-deficit hyperactivity disorder)
การบำบัด

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาออทิสซึ่ม แต่มีวิธีบำบัดเพื่อช่วยพัฒนาทักษะของเด็กออทิสติก คือ

การฝึกทักษะพูด ช่วยให้เด็กสื่อสารและใช้ภาษาได้ดีขึ้น
ฝึกทักษะการเคลื่อนไหว และพัฒนาประสาทสัมผัส
ฝึกพฤติกรรม ปรับปรุงทักษะในการสังเกตรู้ และปรับลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมลง
ฝึกทักษะการเรียนรู้ เน้นการเข้าหาเด็กอย่างเป็นระบบ ใช้โครงสร้างการศึกษาชั้นสูงที่ต้องวางแผนเป็นพิเศษ จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ และพัฒนาการศึกษาไปได้ไกลขึ้น
การใช้ยา ช่วยลดอาการบางอย่างเมื่อจำเป็น
การควบคุมอาหาร การลดสารอาหารบางชนิด เช่น งดบริโภคนม-เนย สามารถช่วยเด็กบางกลุ่มได้
ในเมืองไทยเรามีโรงพยาบาลและมูลนิธิยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ฯ และ ศูนย์วิจัยการศึกษาเพื่อเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เป็นกำลังสำคัญในการให้ความช่วยเหลือ และคำปรึกษาแก่พ่อแม่

แต่หากใครต้องการคลิกเข้าเว็บไซต์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเอง กรุณาดูที่

www.aspergersyndrome.org
www.feat.org (Families for Early Autism Treatment)
www.autism-society.com
www.autism-info.com
info.med.yale.edu/chldstdy/autism
ขอเพียงคุณผู้ปกครอง อย่าท้อเท่านั้นละค่ะ

ขอขอบคุณ นิตรสารพลอยแกมเพชร ที่แปลบทความนี้ และอนุญาตให้นำมาเผยแพร่

<<Back     Go to สาระน่ารู้


views[18576]    

All contents
ออทิสติก
จับตา 17 พฤติกรรม บ่งชี้ลูกเป็น...ออทิสติก
เด็กสมาธิสั้นและมีภาวะไม่อยู่นิ่ง (Attention Deficit Hyperactive Disorder)
เด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้(Learning Disabilities)
โรคออทิซึม(AUTISM)
พูดช้า(Delayed Speech)
สมาธิสั้น-ไฮเปอร์
การพูดไม่ชัด
ทักษะการเขียน(Hand Writing Skill)
พูดช้า(Delayed Speech)
การพูดและการได้ยิน
พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่งและก้าวร้าวในเด็กออทิสติก (Hyperactive and Aggressive Behavior)
ปัญหาของไฮเปอร์แอคทีฟ
ข้อมูลจากนสพ.ผู้จัดการ
ขี่ม้าบำบัด ใครสนใจสอบถามได้ที่ครูอ้อ
อยากให้คุณพ่อชวนคุณแม่ไปใช้เวลากันเองตามลำพังบ้าง
การที่เด็กไม่พูดเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่างค่ะ
ข้อมูลจาก นิตรสารไทม์ ฉบับวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2002
ปรัชญาเบื้องต้นของการพัฒนาเด็กออทิสติก
กลยุทธการปรับพฤติกรรม


ส่งเมล์หน้านี้ให้เพื่อน    ตั้งเว็บนี้ เปิดเป็นหน้าแรก
  Home  | สาระน่ารู้ | webboard | แผนที่ 4 สาขา | คุยกันหน่อย | บริการและรู้จักเรา | รูปกิจกรรมเด็ก



autismthai.com
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved